สงสัยจะเข้าหน้าหนาวแล้วก็เลยรู้สึกว่า อิน กับเพลงนี้สุดๆ (เกี่ยวกันไหม!?)
เอาเถอะ ถึงแม้ว่ามันจะไม่เกี่ยวกัน แต่ก็แอบโดนใจกับเนื้อร้องท่อนที่เค้าบอกว่า
 
"ถ้าเราหาคนที่ดีที่สุด ก็คงไม่รู้จะต้องหยุดเมื่อไหร่
ต่างคงเจอคนดีกว่าเรื่อยไป เมื่อไหร่ใจจะได้พบเจอปลายทาง

ใครจะหาคนที่ดีมากพอ ฉันว่าเรารอคนพอดีมากกว่า
เมื่อเราเจอกัน รู้จักพูดจา ก็เติมเต็มคำว่ารักในช่องว่าง"
 
 
-----
 
ใช่ที่สุด หยุดที่เธอ by แก้ม The Star 4
 
ถ้าเราหาคนที่ดีที่สุด
ก็คงไม่รู้จะต้องหยุดเมื่อไหร่
ต่างคงเจอคนดีกว่าเรื่อยไป
เมื่อไหร่ใจจะได้พบเจอปลายทาง

ใครจะหาคนที่ดีมากพอ
ฉันว่าเรารอคนพอดีมากกว่า
เมื่อเราเจอกัน รู้จักพูดจา
ก็เติมเต็มคำว่ารักในช่องว่าง

เธอทำให้ตอนเช้านั้นน่าตื่น
และทำให้กลางคืนนั้นน่านอน
ช่วงเวลาที่มีต่อจากนี้ทุกๆ ตอน
อยากฝากชีวิตไว้กับเธอ

เพราะเธอใช่ที่สุด หยุดตรงนี้ที่เธอ
เพราะเธอช่วยให้เจอ ว่ารักสวยงามแค่ไหน
ไม่ต้องดีที่สุด ใช่ก็หยุดทั้งหัวใจ
ถ้าหากว่าความรักฉันคือคำถาม
เธอเท่านั้นคือคำตอบ

เธอดีเกินกว่าที่เคยฝันใฝ่
เพียงแค่มีเธอก็อุ่นใจมากพอ
นี่แหละคือคนที่ใจเฝ้ารอ
ได้เจอแล้วเงาอีกครึ่งที่หายไป

เธอทำให้ตอนเช้านั้นน่าตื่น
และทำให้กลางคืนนั้นน่านอน
ช่วงเวลาที่มีต่อจากนี้ทุกๆ ตอน
อยากฝากชีวิตไว้กับเธอ

เพราะเธอใช่ที่สุด หยุดตรงนี้ที่เธอ
เพราะเธอช่วยให้เจอ ว่ารักสวยงามแค่ไหน
ไม่ต้องดีที่สุด ใช่ก็หยุดทั้งหัวใจ
ถ้าหากว่าความรักฉันคือคำถาม
เธอเท่านั้นคือคำตอบ

เพราะเธอใช่ที่สุด หยุดตรงนี้ที่เธอ
เพราะเธอช่วยให้เจอ ว่ารักสวยงามแค่ไหน
ไม่ต้องดีที่สุด ใช่ ก็หยุดทั้งหัวใจ
เธอเท่านั้นคือคำตอบ เธอคือคำตอบ
 
 
น่าเศร้านะ... จากการเฝ้ามองปรากฎการณ์ทางสังคมตลอดช่วงวิกฤติน้ำท่วมกว่าสองเดือนที่ผ่านมานี้ มันทำให้รู้สึกว่า แม้แต่หายนภัยของประเทศ ก็ไม่ยังถูกใช้เป็นอาวุธทางการเมือง... บอกตรงๆว่า ฉันเบื่อ ฉันเอียนกับความเห็นแก่ตัวของคน ฉันเหนื่อย... เหนื่อยกับอคติของคน
 
ข่าวลือ ข่าวลวง ข่าวเท็จ ที่เกี่ยวกับน้ำท่วมครั้งนี้มีมากมายทั้งจากสือต่างๆ จาก Social Network มันยิ่งแต่จะทำให้คนไทยเราแตกแยกกัน...โน่นสีมึง นี่สีกู ต่างฝ่ายต่างก็ว่าตนดี สาดสีสาดโคลนใส่กัน... แต่ เคยหันกลับมามองกันบ้างไหมว่า.. บ้านเมืองเรามันย่ำแย่แค่ไหน? ทำไมไม่เอาเวลา และ มันสมองของพวกท่านผู้เจริญทั้งหลายมาช่วยกันคิด ช่วยกันแก้ ให้บ้านเมืองเรากลับสู่ภาวะปกติ?
 
เฮ้อออออ เห็นสถาพบ้านเมือง เห็นภาวะทางการเมือง เห็นความแตกแยกของคนไทย บอกตรงๆ ว่า หนักใจ เหนื่อยใจ....
 
เคยได้ยิน.. (ขอบอกว่าเคยได้ยิน ไม่ใช่การตั้งใจฟัง) คนรอบข้างที่บ้าสี ทั้งสองฝั่ง สองสี บ้าข้างไม่ว่าจะเป็นข้างไหน เค้าเสพสื่อแล้วเอามาวิพากย์วิจารณ์กัน และแน่นอนมันก็ไม่พ้นการเสียดสี ว่าร้ายฝั่งตรงข้ามกับสีของตน ฉันว่า... เค้ารู้นะว่าข่าวที่เค้าเสพมาหน่ะ บางเรื่องก็จริง บางเรื่องก็ไม่จริง บ้างก็ข่าวลือ บ้างก็ข่าวลวง บ้างก็ข่าวเท็จ แต่ก็ยังแถๆ ถูๆ ข้างๆ คูๆ เข้าข้างฝ่ายของตัวเอง มันทำให้ฉันแอบแย้งอยู่ในใจลึกๆ (ไม่กล้าพูดออกมาดังๆ กลัวโดนตืบ) ว่า ทำไมพวกท่านทั้งหลายเหล่านั้นถึงไม่ใช้วิจารณญาณในการเสพข่าว ลองมองหลายๆด้านดีกว่าไหม...

ยิ่งได้อ่านบทความนี้ยิ่งทำให้เห็นชัดถึงความแตกแยก แบ่งสี แบ่งฝ่ายของพวกเรา... ชาวไทย...

"การไม่หยุดปัดแข้งปัดขาแม้ในสภาวะวิกฤตที่สุดของชาติ แสดงให้เห็นถึงความจริงข้อหนึ่งของประเทศไทย ที่ว่าความแตกแยกในสังคมไทยตอนนี้มันบาดลึกยากเยียวยา เสียจนทำให้ ความเชื่อทางการเมือง สามารถอยู่เหนือ ความรับผิดชอบต่อสาธารณะ และ ความฉุกเฉินในการเยียวยาประเทศได้ ประเทศไทยไม่ได้เป็นประเทศที่ประชาชนยินดีที่จะทิ้งความแตกแยกไว้ข้างหลังแล้วจับมือฟันฝ่ามหันตภัยไปด้วยกันอีกต่อไปแล้ว การอาศัยภัยภิบัติของชาติเพื่อกำจัดศัตรูทางการเมืองจึงกลายเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ในปัจจุบัน"  by ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์
 
สุดท้ายนี้อยากจะบอกว่า.. บทความนี้มิได้มีเจตนาจะว่ากล่าวหรือพาดพิงถึงผู้ใด บทความนี้เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นของเจ้าของบล็อคที่อยากเห็นสังคมของเรา เมืองไทยของเรา การเมืองบ้านเรา ดีขึ้นกว่าเดิม
 
 

จากใจเพื่อนถึงเพื่อน

posted on 30 Aug 2011 10:29 by bleeding-love
กลุ่มเรามีชื่อว่า “สมหวัง” มีสมาชิกทั้งหมด 8 คน เป็นหญิงแท้ซะ 6 หน่อ ชาย 1 หน่อ และครึ่งๆ กลางๆ อีก 1 หน่อ... 

 

ตั้งแต่จบมาต่างก็แยกย้ายไปตามทางของใครของมัน แต่ก็ติดต่อกันอยู่เรื่อยๆ ทางอีเมลบ้าง เฟสบุ๊คบ้าง โทรหากันบ้าง นัดเจอกันเป็นพักๆ
 
แต่ที่อยากจะเท่าาก็เห็นจะเป็นเรื่องนี้.... เมื่อประมาณต้นเดือน จ๊ะเอ๋ เกิดอาการกลัวเพื่อนๆ จะห่างเหินและห่างหายกันไป มันเลยคิดกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์มาให้คุณเพื่อนมาร่วมสนุกกัน


กติกามีอยู่ว่า

  1. จะมีคนตั้งคำถาม ซึ่งต่อไปนี้จะศัพท์เรียกว่า (หัว) เวียนกันตั้งคำถามไปเรื่อยๆ โดยจะเริ่มที่ตัวมันก่อน~~ ก่อน เรียกว่า หัวจ๊ะเอ๋
  2. คนตอบ ที่เหลือจะเรียกว่า (หาง) เช่น อาทิตย์นี้ มีหัวจ๊ะเอ๋ ก็จะมี หางแตน หางปู หางยา หางฝน หางปั้น หางปุ๊ย หางเป้ เป็นต้น
  3. หัวจะมีโจทย์คำถามให้หางๆ ทั้งหลายได้รวมตอบกัน แล้วแต่หัวจะตั้งกี่ข้อก็ว่ากันไป
  4. โดยหางแต่ละคนจะต้องส่ง Mail มาตอบกับหัวเป็นการส่วนตัว (เข้าใจป่ะ... คือ...ส่งคำถามให้ทุกคน พออีใครอยากตอบ ก็ให้มันส่งมาตอบกับคนถามคนเดียว ไม่ต้อง CC. ใคร เดี่ยวคนอื่นรู้คำตอบของ)
  5. จากนั้นหัว ก็จะอ่านคำตอบของหางแต่ละคน แล้วก็จะทำการคัดเลือกคำตอบของหางที่จะชนะรางวัล โดยคำตอบอาจถูกพร้อมกันหลายคน ก็จะให้หางพิจารณาตามความฮา และความซึ้งของแต่ละคน

 

ก็เล่นกันมาเรื่อยๆ จนมาถึงคราวหัวคนที่สาม ชื่อหัว : ยา

และนี่คือคำถามจากมัน - "ให้พวกเราช่วยนิยาม หรือ อธิบาย ความเป็นตัวตนของเพื่อนในกลุ่มสมหวัง ยกเว้นตัวเอง(เป็นรายบุคคลนะจ๊ะ) เอาจากมุมมองของพวกแกเนี่ยแหละไม่ ต้องคิดเยอะ ไม่ต้องยาวมากก็ได้ แต่ให้อ่านแล้ว รู้สึกว่า เออ..ใช่ว่ะ อะไรอย่างเนี๊ยะ ถ้ามีเรื่องเล่าที่เพื่อนคนนั้นเคยทำให้ประทับใจก็สามารถบรรยายสู่กันฟัง ได้"และต่อไปนี้คำคำตอบจากเพื่อนแต่ละคนที่เขียนถึงกัน ไอ้ยามันเอาคำตอบของเพื่อนๆ มารวมกัน แยกประจานเป็นคนๆ ไป แล้วให้ไปเดากันเอาเองว่าใครเป็นคนเขียน  

... อ่านไปขำไป นึกถึงวันเก่าๆ ไป สุดท้ายน้ำตาไหลออกมาตอนไหน...ไม่รู้ตัว...

 

 เพื่อนๆ เขียนถึง...ฝน...(เจ้าของ blog)

ฉายา "ตาน้อย" สำหรับเพื่อนฝน สำหรับกรูแล้วมันเหมือนน้องกรูมากกว่า นิสัยมันไม่เคยโตเลย ร้องไห้ง่าย หวั่นไหวง่ายเหมือนต้องห่อผ้าไว้ตลอด หรือเรียกอีกอย่างหนึ่ง ว่าต้องดูแลมันตลอด แต่เมิงรู้ไหม เพื่อนๆ ทุกคนรักเมิงและเต็มใจที่จะยอม เมิง ถึงแม้ว่าบางทีเมิงให้เพื่อนดมหมอนข้างของมึงที่มีแต่กลิ่นฉี่ กลิ่นนี้ยังติดตามกรูมาจนถึงทุกวันนี้เลย เมิงรู้ไหมฝนมีฝนให้ ถึงแม้เมิงมีเงิน ร้อยเดียว เมิงก็แบ่งกับกรูคนละ 50 บาท กรูอดเพื่อนอด ขอบใจมากสำหรับความมีน้ำใจของเมิง อย่ารักใครง่ายๆ ถ้ารักแล้วตัวเองเจ็บ เมิงรู้ไหม เพื่อนๆ ก็เจ็บตามเมิง
เพราะรู้ว่าถ้าแกเสียใจ เพื่อนทุกคนก็เสียใจตาม กรูยังจำได้ตอนที่เมิงอกหักเพราะใครบางคน แล้วแม่เมิงมาบอกว่า เมิงกินยานอนหลับเข้าใจ พวกกรูแทบช็อค เมิงต้องสัญญากับพวกกรูนะ ว่าเมิงจะไม่ทำแบบนี้อีก

เพื่อนฝน “กะปิ ลิงจ๋อ ไม่หลอกจ้าว” งานนี้ใครมาเถียงว่าอีฝน เหมาะกับเรื่องอื่นมากกว่า กรูมีตบ!!! จากภาพประกอบเพื่อนคงเดาได้ ว่าในเรื่องนี้อีฝนเล่นเป็นตัวอะไร 55+ ถ้าพูดถึงฝนก็จะนึกถึงผู้หญิงผมหนา น่ากลัวมากกกโดยเฉพาะช่วงตื่นนอน หรือตอนที่มันสระผมแล้วผมแห้งใหม่ๆ ฟูได้ใจ เยอะเกิ๊นนนน มันเป็นคนพิเศษใส่เสื้อสายเดี่ยว กางเกงขาสั้นเข้าร่องตูดยังไงก็ไม่โป๊ เพราะสาระร่างมันไม่เอื้อ อีนี่กรูว่าก็ไม่ต่างกันกับอีแตนเท่าไหร่ เพราะว่าอายุ อานาม ถ้าจะพูดกันตามความจริง ก็คงจะห่างจากแม่กูไม่กี่ปี แต่มันก็ยังพยายาม คิกขุ๊~~~~คิกขุ ไปไหนคนเดียวไม่เป็น แดกข้าวคนเดียวไม่ได้ กูเคยสงสัยว่ามันคงเป็นพวกโรคกลัวตัวเอง ความใฝ่ฝันของมันคือการมีชายไทยสักคนไว้คอยปกป้องคุ้มครอง แต่สุดท้ายคงรู้ว่าชายไทยมันไม่รุ่ง เลยขอมุ่งส่งออกให้ชาวต่างชาติดีฟ่า อีลิงกังเอ๊ย....

เพื่อนฝน หรือลิงน้อยประจำกลุ่มเรา ความป่วงไม่ต้องพูดถึง เหนือปูยังมีฝน หวังว่าคงจำได้ กับการทำถ้วยน้ำจิ่มไก่แตกด้วยหัวเข่าข้างเดียว ฝนเป็นเพื่อนตัวเล็กที่ช่วยเหลือเพื่อนทุกอย่าง แม้กระทั่งปั๊มอ้วกเพื่อนในอ่างล่างหน้าที่กำลังจะตัน จนต้องถอดเสื้อทิ้ง อิอิ และสามารถขี่มอไซต์มีคัทได้ขณะเมา คริคริ

เพื่อนฝน ลิง น้อย ตัวน้อยที่สุดในกลุ่ม แต่ก้ออายุมากที่สุดในกลุ่มเช่นกัน ดำ .... ตลก .... และมะมีตา ..... เวลามันเมาหน้ามันจะแดง และป่วงแต่มีอยู่ครั้งนึง ไอ้ปูเมามาก จนเดินไปอ้วกเองไม่ไหว เพื่อนฝนกะเพื่อนยา กะเพื่อนปั้น พามันมาอ้วก พออ้วกเสร็จ อ่างล้างหน้า ดันท่อตัน เพื่อนปั้นอาศัย ตัวใหญ่ เลยออกตัวว่าจะพาปูกลับก่อน เหลือมันกะไอ้ยาสองคน ไอ้ยา ทำยังไงก้อกดน้ำไม่ลง ไอ้ฝนเลยไปเอาที่ดูดส้วม มาแล้วบอกไอ้ยาว่า "โง่ มามันจะทำเอง" ผลปรากฏว่า อ้วกไอ้ปู เสด็จมาอยู่ที่เสื้อมัน ... งานนี้ฝนแมนมาก รับผิดชอบของเพื่อนได้ดีจริงจริง...

 

เพื่อนๆ เขียนถึง...ยา...

ฉายา "กรูซิง" ตอนแรกจะเอาอีโบะ แต่กรูคิดว่า ทุกคนคงเรียกเมิงแบบบนี้ กรูเลยเปลี่ยนดีกว่าไม่อยากให้หมือนใคร อิอิ ตั้งแต่คบเมิงมา ไม่ค่อยมีใครได้เห็นน้ำตาของเมิงเลย กรูอยากรู้คนเชียงรายนี่ไร้ความรู้สึกหรือป่าวว่ะ
เจ็บเป็นไหม ร้องไห้เป็นไหม เสียใจเป็นไหม เอิ๊กๆๆๆๆๆๆๆๆ แค่อยากถามเท่านั้น แต่กรูก็ดีใจนะที่เมิงมีแควนสักทีเมื่อไหร่กรูจะไลวนลามสักทีอ่ะ อิอิ รอๆๆๆๆ จับไข่อยู่นะแกเป็นคนมี่ความพยายามสูงนะ กรูจำได้ว่าเทอมสุดท้าย เมิงได้เกรดเยอะมากแอบซุ่มเหรอคุณ แต่ยังไงกรูก็เกรดเยอะสุดในกลุ่มอยู่ดี อิอิอิอิอิอิอิอิ
(อารมณ์เข้าข้างตัวเอง)

เพื่อนยา : “ไชยา” พูดน้อย ต่อยหนัก (มากกกก) อันนี้กรูรับประกันได้คร๊าบบบ เพราะกรูโดนต้อยมากับตัว กูไม่น่ายืนต่อแถวจากมันเล๊ยยยย แถมมันเคยต้อยตัวเองจนตาเขียวตอนเล่นบานาน่าโบ๊ตที่เสม็ดอีก สุดตรีนรับประกันความหนัก อีกอย่างก็คือ ตำแหน่ง Presenter K.A. อีขวัญอุษามณีชิดซ้ายย ทาแมร่งอยู่นั้นแหละ แต่ก็พอเข้าใจว่าหน้ามันบานนนน เทียบแล้วเล็กกว่าจานแดง UBC นิเดียว... แต่เรื่องดีๆ ของมันก็มีนะ คือเป็นคนจริงใจต่อความรู้สึกมาก ต่อให้มีคนบ้ามายืนร้องขอความรักอยู่ใต้หอ ก็ไม่สน แมร่งใจเจิงๆๆๆ (ตอนท้ายกูมีชื่นชมมึงด้วยนะ จะได้คะแนนเพิ่มป่ะ!!!!)

เพื่อนยา ผู้อาบน้ำนานนนนนนนที่สุดในกลุ่ม ทาครีมนานนนนนนนนที่สุดในกลุ่ม ใจเย็นนนนนนที่สุดในกลุ่มพูด น้อยยยยยยยยยที่สุดในกลุ่ม คอแข็งที่สุดในกลุ่มมมมมม เป็นที่ปรึกษาที่ดีของเพื่อน ๆ เสมอ และขี้อายยยยยยที่สุดในกลุ่ม แต่ถึงอายแค่ไหน ด้วยฤทธิ์เหล้าเธอก็ยังสามารถรูดเสาให้เพื่อน ๆ ดูได้ 555+

สำหรับเมิง.. อีโบ๊ะ เพื่อนๆ เรียกเมิง่าอีโบ๊ะ เพราะว่าเมิงหน้าบาน ทาครีมทีทาเมร่งเป็นชัวไโมง อาบน้ำก็นานประมาณว่าถ้าเพื่อนปวดขี้ แล้วเมิงดันอาบน้ำอยู้ ให้เพื่อนไปหาส้มบ้านอื่นได้เลย ไม่ต้องรอ ขืนรอขี้แตกแน่.. เมิงเป็นคนที่ค่อนข้างเข้าอกเข้าใจเพื่อน แต่ออกจจะสับสนกะตัวเอง เรื่อง มาในเรื่องความรัก ประหนึ่งว่าสวยเลือกได้ ทั้งๆ ที่ไม่ยักกะสวยเท่ากรู.... อ้อ.. เกือบลืมบอกว่านอกจากหน้าบานๆ ของเมิงแล้ว เมิงยังมีท่อนแขนอันอวบใหญ่เป็นอาวุธอีกตะหาก

เพื่อนยาคนแรกของกลุ่มที่ช้านเจอ ณ แม่โจ้ มันก้อขาว ๆ ตัวเล็ก ๆ ผมสั้น ๆ มะค่อยพูดเท่าไหร่ ผ่านไปอาทิตย์นึง ช้านก้อว่ามันไม่ค่อยพูด แต่มักจะมีหนุ่ม ๆ ต่างสาขา พากันมาจึบมันตลอด ๆ แต่ก้อแอบซึ้งน้ำใจแกนะ วันแรกที่เข้าหอ มีแกนั่นแหละ ปูที่นอนให้ ทั้งทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อน ... (แกแอบชอบช้านใช่มั้ย....)

 
 
เพื่อนๆ เขียนถึง...จ๊ะเอ๋...

เพื่อนจ๊ะเอ๋ ฉายา "ควันออกปาก" ถึงแม้ว่าเมิงจะดัดฟันแล้ว กรูยังคิดถึงฟันของเมิงอยู้ตลอดเวลานะเพื่อนเอ๋
กรูกลัวว่ามันจะงับกรู เวลากรูอยู่ใกล้ๆ เมิง หรือหัวเราะ บางทีกรูก็กลัวบ้างอะไรบ้าง5555 อันนี้แซวเน้อ
เอ้า เข้าเรื่องกันสักที สำหรับเอ๋นะ เค้าคิดว่าเป็นเพื่อนที่มีมุขฮาที่สุดในสาขาแล้วมั้งไม่มีเมิงโลกคงสงบ และ คงไม่มีเสียงหัวเราะ เอาเป็นว่า เมิงไม่ต้องพูดอะไร แค่เห็นหน้าเมิงสามารถเรียกเสียงหัวเราะได้แล้ว รู้ป่ะ
สำหรับสาโทที่แด รกกันหน้ามหาลัยหน่ะ คราวหลังถ้าเมิงจะไปแดรก รบกวนอย่าเอารถไปด้วย เพราะแค่ลำพังจะข้ามถนนยังลำบาก กรูยังต้องแบกรถเมิงข้ามอีกด้วย กรูไม่มีวันลืมนะ เรื่องเนี่ย 555555 : อีนี่ไม่ต้องพูดถึง (ดูรูปที่กูแนบมา) ก็น่าจะตอบทุกอย่างที่เป็นเอ๋ได้ 555555555+

อีบู่.. หรือว่าน้องทราย อีนี่เป็นคู่ฮาของอีแตนเค้า ถ้าได้จับคู่กันแล้ว อายไม่เป็นหน้าด้านกันสุดๆ... มีคนบอกว่าว่ามันงก กรูว่า.. มันไม่ได้งก แค่มันควักตังช้า.. เมิงไม่สังเกตุเหรอ ว่าเวลาจ่ายมันก็จ่ายเท่าๆ พวกเราหน่ะแหละ แค่ต้องทวงบ่อยหน่อยเท่านั้นเอ๊งงง

เพื่อนจ๊ะเอ๋ มะมีคำบรรยาย ขำสุดสุด อยู่ด้วยแล้วเอนเตอร์เทนตลอดเวลา ติดซีรีย์เกาหลี และความหวังของมัน คืออยากเกิดเป็นต้นไม้ (autumn in my hearth) อ่อนไหวในรัก สังเกตุจาก ตอนที่มันจีบกะพี่โรจน์ใหม่ ๆ เช้า ๆ และก่อนนอน มันจะคุยโทสับผ้าห่มคลุมโปง พูดภาษาต่างดาว และน้ำตาซึมทุกครั้ง น่ารักจิง จิง เพื่อนช้านส่วน อีกเหตุการณ์นึง จำตอนที่เข้าหอใหม่ ๆ ได้หรือป่าว ตอนที่พี่อ้อย บอกว่า เห็นอะไรก้อไม่รู้รอบ ๆ ตัวช้าน แล้วกรี๊ดลั่นจ๊ะเอ๋ ตกใจตื่นขึ้นมา แล้วก้อกรี๊ดตาม ถามมันให้ตูสักคำ ว่าคืนนั้น มันเห็นอะไร...

 

 เพื่อนๆ เขียนถึง...แตน...

อีส้วม..สมหวัง ชะชะช่า” ตามชื่อหนังที่ กรูจัดเลย เพราะชีวิตทุกสิ่งอัน ร้อยละ 97 ของอีแตน มันมีแต่ส้วม แต่ขี่ แต่เยี่ยวววว.. คนห่าไรว่ะ ขี่ได้ทุกสถานการณ์ แถมยังชอบลากเอาเพื่อนไปทรมานกับมันอีก โดยเฉพาะคนบื้อๆ อย่างไอ้ปั้น และกรูก็แสนจะภูมิใจ ที่มันผู้หญิงที่ใส่เสื้องานหนักได้เท่ห์ที่สุดในสาขา มาดแมนสมชายชาตรีสุดๆ นอกจากนั้นกรูก็รู้สึกถึงวิวัฒนาการของมันที่เป็นเยี่ยมอีกด้วย เริ่มที่ Step1 เริ่มตั้งแต่วันแรกที่กูเห็น อีนี่แมร่ง..คุณหนูมาจากไหนฟร่ะ (ขณะพูดออกมาอีปูก็พยักหน้า งึกๆ พร้อมจะก้าวข้ามห้องออกไปตบ กรูเกือบห้ามไว้ไม่ทัน อิอิ) Step2 พอเริ่มรับน้อง ผีป่าก็เริ่มเข้าสิงมันจนเริ่มมีความ ถึก บึก แม้ว่าจะมีจริตจก้านชหม้ายชายตามองผู้ชายอยู่เป็นประจำ แต่ก็ไม่สามารถอำพรางความบึกของมันไปได้ แต่ก็อย่างว่า แม่โจ้ มันพวกชอบสาวใช้แรงงาน โดยเฉพาะมันมีความสามารถพิเศษ อาบน้ำสระผมแต่งตัวรวมกันได้รวดเร็ว ขนาดกูยังไม่ทันแก้ตะขอเสื้อในเลย แมร่งเสร็จแระ แตนเป็นคนที่กูคิดว่ามันหัวเราะได้อร่อยที่สุด รองลงมาจากกู เรื่องอุบาว์กๆ มันก็ไม่ด้อยไปกว่ากรูเลยยยย แต่พอมันเริ่ม Step3 ต้องมาเป็นสาวชาวกรุง มันก็พยายามทำตัวเอ๊าะๆ ตัดผมเอามาปิดโหนกบ้าง แต่งตัวกระชากวัยบ้าง คบเด็กๆ บ้าง แต่ในสายตากรูมันก็คือ อีแตนโตดด มือตบแห่งเมืองเลนซิตี้ อยู่ดี~~~~~

เพื่อนแตน : แตนนี่ สาวสวยประจำกลุ่ม พกความฮาไปด้วยทุกที ทุกเวลา เสียงหัวเราะของเธอแสดงถึงความขำมากกกกกกก เธอเป็นคนที่มีความสามารถในการอาบน้ำเร็วที่สุดในกลุ่ม (เร็วกว่ากูฉี่อีก) และสามารถเข้าห้องน้ำได้ทุกที ทุกเวลา แม้ว่าห้องน้ำจะไม่มีประตูก็ตาม (สงสารเพื่อนปั้น T T)

เพื่อน แตน : อีส้วม.. ชื่อนี้ใครๆ ก็รู้จักมัน.. จะไปไหนเป็นร้องหาส้วมตลอดๆ ไม่รู้เป็นเชี่ยไร อีนี่เป็นคนสวย แต่ซกมก และฮา + หน้าด้าน ยิ่งถ้าได้คู่กับอีเอ๋ นั้นแล้ว เป็นอันทำให้เพื่อนๆ กรามค้างกันเป็นแถวๆ อีนี่เป็นเพื่อรัก เพื่อนแค้นกะแตงกวา 5555+

 เพื่อนแตน : ตู ไม่นึกว่าเพื่อนที่เหมือนว่าจะหน้าตาดีที่สุดในกลุ่ม จะเป็นคนที่ตลกที่สุดในกลุ่ม อยู่ด้วยแล้วขำ กะภาษาคำเมืองของมัน ..... สองเหตุการณ์ ที่จำได้ คือหนึ่ง มันเคยปวดแอ้ตามนิสัย แล้วลุกผิดท่าไงก้อไม่รู้ ตกส้วม ร้องให้คนช่วย แต่เพื่อนสาขาไม่มีใครอยู่แถวนั้น เพื่อนบัญชีก้อ ช่วยมัน ทำให้ชื่อ แตนนี่ 219 โด่งดังไปทั้งชั้นส่วน อีกเหตุการณ์นึง มีแกไอ้ยา กะช้านสองคนที่รู้ ไม่รู้ว่าเราสองคนไปบ้านมันกันทำไม แต่พอไปถึงบ้าน ไอ้แตน เอาหมกอีฮวก(หมกลูกอ๊อด) มากิน แล้วถามอย่างใจดี ว่ากินกันมั้ย ถึงไอ้ยากะช้าน ณ บัดนั้น ยังไม่ได้กินข้าว จำต้องบอกไป ว่าอิ่มแล้วคับ ... 5555

 

 เพื่อนๆ เขียนถึง...เป้... กระชายหนึ่งเดียวในกลุ่ม

ฉายา "หนุ่มไร้ความรู้สึก" :ก่อนที่จะกล่าวถึงมัน เบื้องต้นกรูขอกล่าวถึงแม่มันก่อน กรูชอบมากประโยค ประโยคหนึ่งที่แม่มันบอก “คุณนายทั้งเจ็ด” ถ้ากรูจำไม่ผิด แม่มันเคยเอาของมาฝากพวกเราเป็นตระกร้าๆๆ แล้วส่งโน้ตมาว่า “แด่คุณนายทั้งเจ็ด” กรู ชอบมากประโยคนี้ สำหรับเป้ มันก็คือน้องกรู กรูก็รักมันนะ ถึงแม้ว่าตอนนี้ชีวิตมันจะเป็นเยี่ยงไรบ้าง มันหายไปจากวงจรอีเมล์ของพวกเราเลย ใครพอรู้ไหมว่ามันหายไปไหน มันยังมีชีวิตอยู่ใช่ป่าว 555+++ ไม่รู้จะเขียนไรถึงมันว่ะ แต่อยากถามมันมากกว่าว่า มันเคยวิ่ง เคยเดินเร็วๆไหม เคยรักใครไหม เคย.....ไหม 555++ ล้อเล่นเน้อพวก แกเชื่อหรือป่าว ว่าเป้เคยด่าพี่อรรถด้วย ตอนที่พวกเราไปนอนบ้านมันแล้วพี่อรรถไม่ยอมเชื่อ คิดว่าฉันไปนอนกะชายชู้ แล้วก็ไม่ยอมวางสาย มันรำคาญและตะโกนบอกว่า “ถ้าเมิงไม่เชื่อ เดี๋ยวกรูให้คุยกับพ่อกรูเลยดีไหม”

บรรยากาศในรถมันตอนนั้น เงียบ ทุกคนหยุดแหกปาก กรูมือสั่น ใจสั่น กลัวมันถีบกรูตกรถ ดันเสือกนั่งหน้าอีก 5555++ อ๋อ เกือบรถ รถเก๋งของเป้มันทำให้พวกเรามีระดับมากขึ้นไม่เป็นสก๊อยเวลาไปงานไฮโซ ถึงแม้ว่ารถของมันจะจุได้แค่นิดเดียว มันยังยัดพวกเราเข้าไปได้ทั้งหมด ขอบคุณแกด้วยนะเป้ 5555+++

กวน มึน โฮ (โปดดดโซ๊ะ)”  กวน ตรงที่มันกวนตรีนนน ปากร้ายเป็นที่สุด โดยเฉพาะกับพวกเรา กะอีพวกผู้หญิงกลุ่มอื่น มันไม่เห็นพูดด้วยเลย (นี่สรุปว่ามัน หรือพวกเราว่ะ ที่ผิดปกติ)

มึน คนเหี๊ยไรว่ะ เกิดมาพึ่งเคยเห็น มึน และ มึ๋น ได้จายยยที่สุด ไร้อารมย์ทางเพศโดยสิ้นเชิง คาดว่าชาติที่แล้วน่าจะเกิดเป็นขันที นี้ถ้ากรูกะ ไอ้ปูเต้นแก้ผ้ายั่วมัน มันก็คงนั่งซดมาม่าดูหน้าตาเฉยเหมือนไอ้ปั้นอ่ะ

โปดโซ๊ะ คือหล่อโปดดดโซ๊ะ (โปรดออกสำเนียงให้ชัดเจน) หล่อแบบเงียบๆ คนเดียว ใครจะแต่งตัว เซ็ทผมยังไง มันก็ยังดำรงไว้ซึ่งอีแตะ เสื้อยืดเก่าๆ กะ กางเกงทรงขัดใจกรูไม่เปลี่ยนแปลง แต่ไม่ว่ายังไงมันก็ยังเป็นผู้ชายยที่หล่อที่สุดในกลุ่ม หรือใครจะเถียงย่ะ (สรุปว่ามันตายแล้วแน่ช่ายป่ะ????)

เพื่อนเป้ : ผู้ปรากฏกายพร้อมร่ม 1 คัน และหนังสือการ์ตูน 1 เล่ม คำติดปากคือ "ช่างมันเด๊อะ"

พี่เหยิม....ผู้ชาที่นิ่งที่สุด ผู้ชายที่อีเอ๋ อยากขึ้นครู... กรูว่ามันเป็นผู้ชายที่มีน้ำอด น้ำทนนะ เหล้าไม่กิน บุหรี่ไม่สูบ เที่ยวก็ไม่เที่ยว แต่แมร่งก็คอยขับรถรับ - ส่ง พร้อมกะนั่งเฝ้าพวกเราเที่ยวผับ เที่ยวบาร์ แถมเวลาเมาป่วงยังเป็นธุรแบกหามอีกตะหาก

ผู้ชายคนเดียวของกลุ่มเรา เอ้ยไม่ใช่สิ หนึ่งในสอง (รวมช้านด้วย 55555) สามสิ่งที่จะอยู่คู่กับเป้ตลอดเวลา สมัยเรียนคือ หนึ่งแว่นตา สองร่ม (เวลาที่ฝนจะตก) และสามหนังสือการ์ตูน เป้เป็นคนที่นิ่ง ๆ เงียบ ๆ แต่แอบขำและกัดเจ็บเป็นบางที ขอให้ทำอะไรจะไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบ และก้อทำตามทุกครั้ง จากการบังคับและขู่เข็ญจากพวกเรา ....

 

 เพื่อนๆ เขียนถึง...ปุ้ย...

ฉายา "ไข่กะทะ" สำหรับ ปุ้ย มีสิ่งหนึ่งที่ฉันจดจำมาตลอดคือคำว่า “มันไม่เคยทิ้งฉัน” ถึงแม้ว่าในช่วงที่ทุกคนทิ้งฉันไป ทุกคนไม่เชื่อใจฉัน ทุกคนคิดว่าฉันเป็นคนผิด (หุหุหุ และแล้วความจริงก็เปิดเผย.....เพื่อนร๊ากกกกกกกก) และวันนั้นฉันยังมีมันเป็นเพื่อนของฉัน และมันก็เข้าใจฉัน (มันให้ฉันซ้อนมอไซด์ และ ยืมมอไซด์มันทุกครั้ง ถึงแม้ว่ามันจะขี่ยากมว๊ากกกกกกกกกกกกกก 555++ อันนี้นอกเรื่อง) เอาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า อ๋อ มันอิจฉามันนะที่มันเป็นคน่ชอบอ่านหนังสือ และมันอ่านได้ทุกเรื่อง อยากจะถามมันว่า มันอ่านได้ยังไงวะ มันน่าจะประกอบอาชีพขายหนังสือมากกว่านะ เอิ๊กๆๆๆ และ ที่กรูถูกใจมากที่สุดคือ ไข่ ในชีวิตกรู กรูไม่เคยคิดว่ามันจะขโมยไข่มาจากร้านหมูกะทะได้ แต่มันสามารถ แต่ที่สำคัญคำทำบาปไม่ขึ้น ได้ข่าวมันแตกคากางเกงเนี่ยแหละ 5555++++ และมีหนึ่งคำที่ติดปากเพื่อนปุ้ย "เค้าไม่อ่านหนังสือสอบเลย เค้าต้องทำไม่ได้แน่ๆๆ" เป็นที่รู้กันนะเพื่อนปุ้ย ว่ากรูหมายถึงเรื่องอะไร อ่ะล้อเล่น

ก้านกล้วย (น้อยๆของเพื่อน)” ปุ้ยเหมือนก้าน กล้วยตรงที่หุ่น (เฮ๊ยยย ไม่ใช่) เหมือนตรงที่ความดี น่ารัก ตุบตับ บอบบาง อินโนเซนต์ แต่แอบเก่งตลอดเวย์ แมร่งอ่านแต่การ์ตูน ทำไมมันหัวดีกว่ากรูฟ่ะ ปุ้ยไม่ค่อยงอแง เลี้ยงง่าย แต่อย่าหิว มันจะมีมอไซค์คู่ใจอยู่คันหนึ่งที่ใครก็ขโมยขี่ไม่ได้ เพราะเป็นรถปู้.. (ใครงง ศัพท์นี้บ้าง โทรถามไอ้ยาได้ สำเนียงลาตินอเมริกาอ่ะมันเก่ง) มันชอบใส่กางเกงขาสั้น กะเสื้อลายแพทเด้นป๊อบส้มๆ เขียวๆ ของมันอ่ะ สภาพในความทรงจำของกรูก็คือ มือหนึ่งถือหมอน มือสองถือหนม หนีบการ์ตูนไว้ แล้วเดินตุตะๆ มานอนแม๊ะ ฟังพวกเราเมาส์กัน นอกจากนี้ยังมีอภินิหารโทรศัพท์หาย แล้วเสกให้ซิมคืนมาเป็นของขวัญได้อีกด้วย!!!!

เพื่อนปุ้ย หรืออ้วนพริ้ว เธอเป็นคนเก่งประจำกลุ่ม มีความสามารถพิเศษในการอ่านหนังสือการ์ตูนไปพร้อมกับหนังสือเรียน สามารถ เต้นลีลาศด้วยลีลาที่พริ้วไหวมากกบนรองเท้าส้นแก้ว อาหารว่างที่เธอชื่นชอบคือ ปลาหมึกย่างข้างธนาคารกรุงไทย

เพื่อนปุ้ย อีหมูของกรู... ป็นผู้หญิงที่เสียสละที่สุดแล้วว กรูจำด้ว่าถ้ามีใครต้องเสียสละอะไร อีหมูจะเป็นคนแรกสเมอ.. ปุ้ยไม่เอาก็ได้ ปุ้ยไม่ไปก็ได้... น่าสงสาร

เพื่อนปุ้ย ชอบอ่านหนังสือการ์ตูน เวลากินเหล้า จะใช้แก้วใหญ่มาก ประมาณว่าแก้วเดียวจอด .... แต่มันก้อกินได้เรื่อย ๆ เหตุการณ์ ที่ทำให้จำปุ้ยได้ คือตอนที่เรา ไปกินหมูจุ่มฟ้าธานีกัน ไอ้ปุ้ยแอบเอาไข่ไก่ใส่ในกระเป๋า หวังว่าจะไว้ใส่มาม่ากินที่หอ ปรากฏว่า สตาร์ทรถแค่นั้นแหละไข่แตกเละเทะเลย คริ คริ ....


 เพื่อนๆ เขียนถึง...ปู...

ฉายา "กรูขอนะ" แม่งขอกรูได้ทุกคน กรูถามหน่อย เมิงไม่ขอพี่อรรถบ้างเหรอว่ะ 5555+++ อันนี้แซวเน้อ
สำหรับ ปู กรูอยากจะบอกว่า เมิงเป็นเพื่อนที่กรูสามารถคุยได้ทุกเรื่อง และปรึกษาเมิงได้ทุกเรื่องจริงๆ ถึงแม้ว่าบางทีเมิงจะพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ตอบ อือๆๆๆๆๆ กรูก็เข้าใจว่าเมิง หน่ะ ฟังกรูและพยายามจะปลอบกรู แต่ความหมายของคำว่าเพื่อน บางทีเราไม่ต้องพูดอะไร ใจเราก็สื่อถึงกันได้เสมอ เมิงว่าจริงไหม

เมิงก็เปนอีกคนหนึ่งที่กรูห่วง ห่วงเพราะว่าตัวเมิงนั้น รักคนอื่นมากกว่าตัวเมิงเอง อย่าลืมนะ แกเจ็บ แม่แกก็เจ็บ

เพราะต้องทนเห็นว่าแกทนทุกข์ และเสียใจทุกวัน บางทีความรักมันก็ไม่ใช่สิ่งที่สวยงามเสมอไป

เนื้อร้ายบางทีเรายังต้องตัดออกไป และอันนี้เป็นเนื้อโคตรร้าย เมิงตัดมันออกไปจากชีวิตมันเถอะ

แล้วสุขภาพจิตใจเมิงจะดีขึ้น เชื่อคนที่มีความรักมามากอย่างกรูเตอะ
......

จีจ้า ดื้อ อ้วน ดุ” สำหรับอีนางนี้ กูก็ไม่ต้องกล่าวถึงอะไรกันมากมาย รู้จักร่วมกรรมเวรกันมานานนนมาก ตั้งแต่ ม.1 แมร่งชาติที่แล้วกูทำกรรมอะไรกะมึงไว้ว่ะ เมื่อพูดถึงนังรูปู คนนี้คนก็มักจะคิดถึงสาวอวบ โดยเฉพาะตูดที่ใหญ่คงเส้นคงวา มาตลอด ประมาณว่าเอาปลาหมึกมารีดให้แบน แล้วปั่นขายตามหน้าผับหรือร้านเหล้าตองได้สบาย (อาชีพเสริมเก่าของมัน) หลายๆ คนคง งง กะกรูว่าทำไม มันต้อง ดื้อ กะ ดุ ด้วย เพราะไอ้เรื่องอ้วนคงไม่มีใครสงสัย แหมมมมมมม~~~~~~ ก็ลองเช็คจากประวัติของอีนางมันดูสิ เล่นจริง เจ็บจริงทุกครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นทำลายข้าวของเหมือนช้างแมมมอส ตกมันสะมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นกระโดดลงจากตึก 10 ชั่นใส่ตู้กระจกบ้านอีแตนแตก โดยไม่ต้องใช้สลิง หรือสตั้น หรือว่าโมโหผัวเก่า จนต้องเขวี้ยงโทรศัพท์ อีแตน (อีกแร๊ววว) โดยมิได้นำพาราคา หรือสำนึกในใจ ว่าเป็นของชาวบ้านเค้า แมร่ง ใจป่ะล่ะ อีจีจ้า~~~~

กรูขอนะ... ประโยคนี้กรูได้ยินที่ไหนกรูเป็นต้องนึกถึงมัน... เพื่อปูของกรูชอบเมาป่วง แต่ดูบานนน ว่ากันว่ามันเป็นแฝดตูดกะพิงค์กี้

เพื่อน ปู ชอบกินกะเพรา (เผ็ด ๆ ๆ ) ช้านกินร่วมกะมันไม่ได้ซะที .... มีอยู่ครั้งนึง ที่ปูมันทะเลาะกะอู๋ แต่ยืมโทรศัพท์ไอ้แตนมาโทรหา โมโหขึ้นมา เอาโทสับไอ้แตนขว้างติดกำแพง ชิ้นส่วนแยกเป็นชิ้น ๆ แต่ก้อนั่นแหละนะ เพื่อนกัน...ไม่ว่าไรกันอยู่แล้ว ... หรือป่าวฟะ ???

 

 

เพื่อนๆ เขียนถึง...ปั้น...

เพื่อนปั้น เป็นเพื่อนที่กรูเจอเยอะมากที่สุดเท่าที่จบมา ขนาดอีน้องทรายกรูยังเจอน้อยกว่ามันอีก และกรูต้องเจอเมียมันเกือบทุกคนพอเจอเสร็จเหมือนเป็นอาถรรพ์ แม่งมันก็ต้องเลิกทุกคน กรูก็ไม่เข้าใจมันเหมือนกัน ว่าเพราะอะไร เอิ๊กๆๆๆๆๆ ปั้น เมิงแต่งนิยายขายได้ยัง กรูว่าจะถามเมิงมานานแระ ตอนนี้มีเป็นร้อยๆ เรื่องแล้วมั้ง ได้ข่าวว่าเรื่องของเมิง มีกรูได้เป็นนางเอกด้วยจริงป่ะ 55555++++
ดีละ ที่ได้มีเวทีที่ให้กรูได้สารภาพ กรูอยากขอโทษเมิงนะ ตอนที่ทำโปรเจคจบ กรูได้ใช้คำพูดที่แรงๆ กับเมิง

ทั้งๆ ที่กรูไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากรูพูดไปตอนไหน และคำพูดนั้นมันทำให้เมิงเสียใจมากๆ แต่เมิงอย่าถือสาคนอย่างกรูเลยอย่างน้อย เมิงกะกรูคงต้องเจอกันไปอีกนาน
5555++++

เพื่อนปั้น “อนุบาล เด็ก (ยักษ์) โข่ง” เพราะแว๊บบบบบแรกที่กรูได้จักมัน ให้ทุกๆ คนจินตนาการภาพสโลโมชั่นไปพร้อมๆ กับกรู หลับตาแล้วนั่งนึก กรูกะอีปูไปแดกข้าว ขึ้นมาถึงห้อง ก็ได้พบกับแผ่นหลังของแม่มันที่กำลังสาละวนกับการติดกระดุม ชั่วโมงนั้นกรูก็คิดในใจว่า “โอ๊ววว มายยยก๊อดดด” นอกจากกรูจะต้องเจอกับอีสะลิดห้องตรงข้ามแล้ว (ไม่ต้องนั่งนึกว่าใคร มึงนั้นแหละ อีแตน) นี้กรูต้องมาเจอกับอีหนูน้อย น่ารัก ปากแดงเพิ่มอีกตัวหนึ่งหรือไงว่ะ (นึกไป ก็แบะปากสีแดงตามสไตล์อีปรุงฉัตร) แต่....แล้ว เมื่อแม้ม้นก้มหัวลงไป เพื่อหนีบโดเรมอนกับเข็มขัดมันอยู่นั้น กรูก็ได้พบกับ~~~พบกับ เด็กโข่งตัวเป็นๆ ซึ่งแยกไม่ออก ว่ามึงเป็นทอม เป็นดี้ เป็นสาว หรือเป็นเหี๊ยไรเนี๊ยะ วีกรรมของมันนั้นก็เป็นอันรู้กันดี ว่านอกจากจะมีวิญญาณนักร้องเข้าสิงแล้ว ยังมีวิญญาณไอ้โรคจิตแทรกอยู่ในตัวมันด้วย กูยังจำภาพตอนมันลุกขึ้นมาตอนเช้า ต้มมาม่า แล้วนั่งสูดเส้นไป ดูหนังโป๊ไปได้อยู่เลย วุ๊ยย นึกแล้วมีอารมย์!!

หนุ่มหล่อที่สุดในกลุ่ม สามารถเพิ่มรสชาดของมาม่าให้อร่อยยิ่งขึ้นด้วยการกินตอนดูหนังโป๊ เป็นคนที่อ่อนไหวกับเรื่องความรักมากกกก และด้วยความหล่อ เขาจึงเปลี่ยนสาวเป็นว่าเล่นมีความสามารถพิเศษ ในการเป็นประตูห้องน้ำให้เพื่อนได้ 555+

 เพื่อนปั้น : สิ่งที่กรูจำได้แม่นที่สุดของไอ้ปั้นสุดหล่อก็คือ.. แดกข้าวไป ดูหนังโป๊ไป.. ไอ้นี่มันเป็นทอมนักรัก... รักเมาเค้าไปทั่ว... เจอกันแต่ละที แนะนำเมียใหม่กันตลอดๆ

 

และสุดท้าย.. นี่คือสิ่งที่เพื่อนเป้เขียนถึงนางฟ้าทั้งเจ็ดของมัน... "ชั้นไม่สามารถบรรยายสิ่งที่พวกแกเป็นออกมาเป็นตัวอักษรไม่กี่ตัวได้ขอโทดด้วยจริงๆ"

"

 


 

ใช้ใจ...มองเพื่อน

posted on 16 Aug 2011 10:49 by bleeding-love
เพื่อนคือ...ทุกสิ่ง ทุกอย่าง ยิ่งกว่าแฟนก้อว่าได้ ไม่ตามใจมัน ก็ไม่ด่า

แต่ถ้ามันไม่ตามใจ เราก็ด่าได้ โดยที่มันและเราไม่โกรธกัน

เพื่อนเมื่อโกรธกันสามารถกลับมาคืนดีกันได้ โดยไม่ต้องเก็บความสงสัยว่าเรื่องที่โกรธกันคืออะไร ผ่านแล้วก็ผ่านไป

เพื่อนคือที่พึ่ง ยามเป็นทุกข์
เพื่อนคือที่ปรึกษา ตั้งแต่เรียน ทำงาน จนจะแต่งงานก็ยังต้องปรึกษามัน
เพื่อนคอยสับรางเวลารถไฟจะชน
เพื่อนคอยโกหกพ่อแม่เวลาไปเที่ยวแต่บอกว่าไปทำงาน
เพื่อนคอยบอกแฟนว่าเรากำลังอยู่กับมัน ทั้งที่จริงเราไม่ได้อยู่กับมันหรอก
และเพื่อนก็คือ คนจ่ายค่าข้าวเวลาเราไม่มีเงิน

"เพื่อน" คือ ทุกอย่าง มีผู้ที่เคยคบกันถามว่าจะให้เลือก หนึ่งเดียว ระหว่างเค้าซึ่งคบกันมา 1 ปี กับเพื่อนซึ่งคบมาประมาณ 15 ปี ว่าคุณจะเลือกใคร ตอบแบบได้แบบไม่ต้องคิดเลยว่า "เพื่อน" ซึ่งเค้าก็บอกว่าตอบผิดตอบใหม่ได้นะ

เราก็บอก ว่าตอบถูกแล้ว เพราะเค้าเห็นว่าเรารักเพื่อนมากกว่า แต่ไม่ใช่ ถ้าเราจะต้องเอาคนเข้ามา ในชีวิตอีก 1 คน ซึ่งก็ยังไม่รู้อะไรกันมาก กับเสียคนที่เรารู้จกกันมาเป็น 10 ปี เราว่าทุกคน ก็ต้องมีคำตอบเหมือนกับเรา เพราะทั้งสำหรับคนทั้งสองกลุ่ม เราไม่สามารถเอาแต่ละคน มาบวกและลบกันเพื่อให้ผลลัพธ์เป็นศูนย์


เพราะฉะนั้นทุกคนต้องเลือกสิ่งที่มีค่ามากกว่า และสิ่งที่เราเลือก สิ่งนั้นก็คือ ''เพื่อน''

"some time happy… some time sad… but all time friend "

บทส่งท้าย ถ้าเราสนุก ไปเที่ยวโดยไม่มีเพื่อน แล้วเล่า ให้มันฟัง มันก็ไม่ว่าอะไร....แล้วถ้าเราเที่ยวแล้วเกิดปัญหา เราตามตัวมันมามันเคยพูดไหมว่า "กูไม่สนมึงเที่ยวแล้วไม่ชวนกู มึงแก้ไขเองแล้วกัน" คำพูดอย่างนี่ จะไม่มีจากปากเพื่อน จะมีแต่คำว่า " มึงอยู่ตรงไหน มึงเป็นอะไรว่ะ"

แล้วก็ลงท้ายว่า "เออตกลงกูจะรีบไป..."

 

 

ที่มา: fwdmail

---

รูปนี้จากแตนนี่.. ย้อนไปเมื่อปี 2007  ไม่รู้มันคิดอะไร อยู่ๆ ก็มานั่งทำรูปนี้แล้วส่งเมล์ให้เพื่อนๆ โดยไม่มีเนื้อความอะไรเลย... มันคงคิดถึงช่วงเวลาที่พวกเราอยู่ด้วยกัน... รักพวกเมิงเหมือนกัน ^^


บ้านบางพัฒน์ พังงา

posted on 01 Aug 2011 14:41 by bleeding-love
บ้านบางพัฒน์จังหวัดพังงานั้นเป็นหมู่บ้านชาวประมง ที่นี่เค้าเปิดหมู่บ้านให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมและมีโฮมเสตย์ซึ่งเป็นที่พักสำหรับรับรองนักท่องเที่ยวซึ่งจะมีกิจกรรมต่างๆ สำหรับต้อนรับนักท่องเที่ยวและร่วมเรียนรู้วิถีชีวิตกับประชนในหมู่ บ้าน นอกจากนี้ในหมู่บ้านนี้ยังมีธนาคารปูอีกด้วยเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ต้องการช่วยกันอนุรักษ์ปูม้าให้มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  

แต่สำหรับวันนี้ตั้งใจขับรถจากภูเก็ตเพื่อไปกินซีฟู๊ดเพียงอย่างเดียว ขับรถจากภูเก็ตมายังบางพัฒน์ประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ไปลองมาแล้วไม่ผิดหวังจริงๆครับเขาคิดต่อหัวหัวล่ะ 300 บาทถ้ามามากกว่า กินกันจนอิ่ม มีอาหารประมาณ 7 อย่าง วันที่ไปทานก็จะมี หอยแครงเผา, แกงส้มปลากระพง, ปูม้านึ่ง, ปลาหมึกผัดน้ำดำ, กั้งทอดกระเทียม ปลากะพงทอดน้ำปลา, กุ้งอบวุ้นเส้น แถมตบท้ายด้วยสัปรดหวานๆ กินกันจนอิ่มเลยแปล้ แทบเดินไม่ไหว ขอบอกว่าคุ้มค่ะ กินซีฟู๊ดสดๆ อร่อย ราคาไม่แพง
 
สะพานข้ามไปยังหมู่บ้าน
 
หมู่บ้านบางพัฒน์
 
กั้งทอดกระเทียม
กุ้งอบวุ้นเส้น
 
ปูม้านึ่ง
เห็นคุณเป็นแบบนี้แล้วไม่สบายใจ... เจ็บปวดที่เห็นคุณร้องไห้... รู้สึกได้ว่าคุณเสียใจแค่ไหน
ไม่รู้จะทำยังไงดี...  ไม่รู้เลย… ได้แต่คิดว่า..
 
คุณคงเสียใจน้อยกว่านี้ ถ้าคนที่เดินจากมาคือฝน ไม่ใช่เค้า...คุณคงไม่เสียน้ำตา... คุณคงไม่คิดมาก

อยากปลอบ อยากช่วย แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง ไม่รู้จะสรรหาถ้อยคำไหนมาพูด มาปลอบคุณ....
ทำได้แค่เฝ้ามอง...จะไม่โกรธ.. จะไม่โทษ ถ้าหากคุณจะเดินย้อนกลับไปหาเค้าคนนั้น..
กลับไปทบทวนถึงข้อผิดพลาดของความสัมพันธ์...จะยอมรับการตัดสินใจ.. ขอแค่คุณบอกมา...

แล้วฉันเลือกอะไรได้ไหม

posted on 12 Jul 2011 12:04 by bleeding-love
ขอหยิบเพลงนี้มาแทน..ความรู้สึกในตอนนี้คะ.. sometimes, word's not enough........
 
 
เธอมาเพื่อถามอย่างห่วงใยมากมาย ถามฉันว่าฉันอยู่ได้ไหมถ้าเธอไป
มีใครอีกคนอยู่รอเธอตรงนั้น เธอเกรงใจเขาไม่อยากให้เขารอนาน

หากสงสัยว่าฉันจะอยู่คนเดียวได้หรือเปล่า ก็อยากจะถามสักคำตอบมาได้ไหมจะฟัง

แล้วฉันเลือกอะไรได้ไหม เลือกให้เธอไม่ไปได้หรือเปล่า
หากไม่ยอมให้ไปจะตามใจฉันหรือเธอ ฉันจะเลือกให้เธอเลือกฉันไม่ให้ไปกับเขาได้หรือเปล่า
สิ่งที่เธอถามมาให้ตอบอย่างไรได้ล่ะเธอ ก็ไม่มีทางให้เลือกเลย

เวลาอย่างนี้สิ่งที่เธอถามกัน รู้ไว้เรื่องนั้นมันไม่เห็นสำคัญ
มีเพียงเรื่องเดียวอยากให้เธอช่วยฉัน ให้ช่วยบอกลาและรีบไปตามทาง
 
 
มีเพื่อนคนหนึ่งหาเพลงนี้มาให้ฟัง.. โดนอ่ะ... โดนตั้งแต่ประโยคแรกเลย
 
"คิดถึงสักเท่าไรโทรไปหาก็ไม่ควรก็เข้าใจ
เผื่อเธอนั้นใช้เวลากับใคร ใครคนนั้นไม่ใช่เรา
อยากเป็นเขามันก็เป็นไปไม่ได้ ก็อิจฉาที่เธอกอดกัน"
 
กับอีกหนึ่งประโยคที่ว่า
 
"แต่ทุกครั้งที่ได้เจอ ใจมันเพ้อและล่องลอยเรื่อยไป ความสุขล้นพ้นเกินกว่าใคร แต่ว่าฉันต้องห้ามใจ
เกินกว่านี้มันไม่ควรคงไม่ได้ เธอมีเขาฉันไม่มีใคร"
 
พูดยากนะ กับความรักเนี่ย หลายครั้งที่มีคนผ่านเข้ามาในชีวิตเรามากมาย แต่เรากลับต้องการคนๆ เดียวที่เพียงแค่เดินผ่านเข้ามาและกำลังจะเดินผ่านไป...
 
พยายามถอนตัวแล้วนะ...แต่ใจม­ันดื้อดึง...ไม่ยอมถอนด้วย... พยายามคิดแล้วว่าในเวลาที่เราเหงาแต่เค้ามีคนอื่นดูแล และ ถ้าเลิกกันไปเธอยังมีเขา แต่ฉันไม่มีใคร...แล้วนี่เราทนไปทำไม เรารออะไร...
 
---------
 
ถอนตัว by Clash

คิดถึงสักเท่าไรโทรไปหาก็ไม่ควรก็เข้าใจ เผื่อเธอนั้นใช้เวลากับใคร ใครคนนั้นไม่ใช่เรา
อยากเป็นเขามันก็เป็นไปไม่ได้ ก็อิจฉาที่เธอกอดกัน

จะให้ฉันทนอยู่อย่างนี้แล้วฉันจะทนทำไม จะอยู่ทำไม เมื่อใจเธอยังมีเขา

อาจจะยอมถอนตัวแต่ไม่ยอมถอนใจ เธอรู้ใช่ไหมฉันไม่ควรถ้าเขายังดี
เธอก็รู้รักเธอมากกว่าเคยรักใคร แม้รู้ว่าช้ำจะสักเท่าไหร่ต้องถอนตัว

แต่ทุกครั้งที่ได้เจอ ใจมันเพ้อและล่องลอยเรื่อยไป
ความสุขล้นพ้นเกินกว่าใคร แต่ว่าฉันต้องห้ามใจ
เกินกว่านี้มันไม่ควรคงไม่ได้ เธอมีเขาฉันไม่มีใคร
จะให้ฉันทนอยู่อย่างนี้แล้วฉันจะทนทำไม จะอยู่ทำไม เมื่อใจเธอยังมีเขา

อาจจะยอมถอนตัวแต่ไม่ยอมถอนใจ เธอรู้ใช่ไหมฉันไม่ควรถ้าเขายังดี
เธอก็รู้รักเธอมากกว่าเคยรักใคร แม้รู้ว่าช้ำจะสักเท่าไหร่ต้องถอนตัว..ต้องถอนตัว

อาจจะยอมถอนตัวแต่ไม่ยอมถอนใจ เธอรู้ใช่ไหมฉันไม่ควรถ้าเขายังดี
เธอก็รู้รักเธอมากกว่าเคยรักใคร แม้รู้ว่าช้ำจะสักเท่าไหร่ต้องถอนตัว..ต้องถอนตัว
 

ช่ ว ง นี้ มั น "ห น่ ว ง"...!

posted on 24 Jun 2011 15:45 by bleeding-love
 
..รักที่ต้องปกปิด..
 

เคยเจอไหมกับรักที่ต้องสุข และต้องทุกข์ ในคราเดียวกัน
อึดอัด  ทรมาน หวั่นกลัว แต่ยังคิดถึง
ใจหนึ่งก็อยากโยนมันทิ้ง...มันรกใจ... แต่อีกใจก็ยังอยากจะเก็บมันเอาไว้...เผื่อจะมีหวัง...
ความรักที่ต้องอดทน ความรักที่เปิดเผยไม่ได้ มักจะแฝงไว้ด้วยความหวั่นไหว ไม่แน่ใจ
แต่ความทรมานเพราะรักในรูปแบบนี้ มันก็ยังแบ่งภาคให้มีความสุขที่ได้รักเขา ได้ไกล้ชิด สนิทสนม ได้ชื่นชมเขาอยู่เงียบ ๆ แม้จะเป็นสุขเพียงชั่วครู่ ชั่วประเดี๊ยว ประด๊าว ก็ตาม

พอๆ จบดีกว่า ตอนแรกที่จะลงมอืเขียนเอ็นที่นี้ขึ้นมา ไม่ได้ตั้งใจจะให้มันดราม่า แค่อยากจะเกริ่นนำก่อนที่จะเอาเพลงหน่วงมาโพส... แต่ไม่รู้ทำไมเขียนไปเขียนมามันถึงออกมาแนวนี้ได้ สงสัยความในใจมันจะล้นทะลัก
 
---
 หน่วง by Room 39

ทุกๆครั้งที่เธอนั้นส่งรอยยิ้มเข้ามาทักทาย ทุกๆครั้งที่เธอนั่นส่งสายตาเข้ามาหากัน
ทำให้ฉันนั้นแทบจะขึ้้นสวรรค์ ทั้งที่ยังยึนอยู่ตรงนั้น

ทุกๆครั้งที่เธอนั้นคอยส่งเสียง และทุกข้อความทุกๆครั้งที่เธอนั้นคอยเฝ้าถาม และเป็นห่วงฉัน
ทำให้ฉันนั้นแทบจะดิ้น ดิ้นตายอยู่ตรงนั้น…

แต่ติดที่ฉันนั้นไม่ใช่เพียงคนเดียวที่ได้รับท่าทีแสนดีเหล่านั้น

จึงเป็นความรักที่ไม่ถึงกับสุข เป็นความทุกข์ที่ไม่ถึงกับเศร้า
เป็นความรักที่ทั้งซึ้งทั้งเหงาอยู่ด้วยกัน จึงเป็นความรักที่มาพร้อมความอึดอัด
และเป็นความรักที่ไม่เคยเห็นภาพชัดๆสักวัน มีแค่ความรู้สึกครึ่งๆ กลางๆ

ข้างในใจของฉันเพียงผู้เดียว อึดอัดในใจของตัวฉันเพียงผู้เดียว แค่ผู้เดียว..
 

Recommend